Privacy Notice for Customers and Dealers
ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้า
บริษัท มาลินท์ อินเตอร์เนชั่นแนลเทรดดิ้ง จำกัด
ต่อไปในประกาศนี้เรียกว่า “บริษัท”
- วันที่มีผลบังคับใช้
- 4 กันยายน พ.ศ. 2569
- ปรับปรุงล่าสุด
- กันยายน พ.ศ. 2569
บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ซื้อสินค้า ร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย Dealer คู่ค้า และผู้ติดต่อของนิติบุคคลที่ทำธุรกรรมกับบริษัท
ประกาศฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ทราบถึงวิธีที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอน และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ประกาศฉบับนี้ครอบคลุมการซื้อสินค้า การติดต่อสอบถาม การชำระเงิน การสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย การรับประกันสินค้า การให้บริการหลังการขาย การตลาด ตลอดจนการทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบแชต โซเชียลมีเดีย และช่องทางอื่นของบริษัท
1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จำเป็นตามลักษณะของการติดต่อหรือการทำธุรกรรม เช่น
1.1 ข้อมูลระบุตัวบุคคล
เช่น
- ชื่อ และนามสกุล
- ชื่อร้านค้า
- ชื่อผู้ติดต่อ
- ตำแหน่งงาน
- หมายเลขโทรศัพท์
- อีเมล
- ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า
- ที่อยู่สำหรับออกใบกำกับภาษี
ในกรณีที่คู่ค้าเป็นนิติบุคคล ข้อมูลเกี่ยวกับตัวนิติบุคคลเองอาจไม่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่ข้อมูลของกรรมการ พนักงาน ผู้ประสานงาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลนั้นอาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
1.2 ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อสินค้าและการให้บริการ
เช่น
- รายการสินค้า
- จำนวนสินค้า
- ราคาสินค้า
- หมายเลขคำสั่งซื้อ
- ประวัติการสั่งซื้อ
- ช่องทางการสั่งซื้อ
- การรับประกันสินค้า
- การเคลมสินค้า
- การติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
1.3 ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน
เช่น
- จำนวนเงิน
- วันและเวลาที่ชำระเงิน
- ธนาคารต้นทางและธนาคารผู้รับ
- หมายเลขอ้างอิงธุรกรรม
- หลักฐานหรือสลิปการโอนเงิน
- QR Payload ที่อยู่ในหลักฐานการโอนเงิน
- ข้อมูลชื่อบัญชีหรือเลขบัญชีที่ธนาคารแสดงในรูปแบบบางส่วนหรือปกปิดบางหลัก
- ข้อมูลหรือหมายเหตุที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม
บริษัทจะไม่ขอรหัสผ่าน Internet Banking, PIN, OTP หรือข้อมูลที่สามารถใช้เข้าสู่บัญชีธนาคารของลูกค้า
1.4 ข้อมูลสำหรับลูกค้าร้านค้า Dealer และคู่ค้า
บริษัทอาจเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เช่น
- ชื่อร้านหรือนิติบุคคล
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- หนังสือรับรองนิติบุคคล
- ที่อยู่สำนักงาน
- ช่องทางการติดต่อ
- ผู้มีอำนาจติดต่อ
- เงื่อนไขทางการค้า
- เครดิตการค้า
- ประวัติการสั่งซื้อ
- ประวัติการชำระเงิน
- เอกสารทางบัญชีและภาษี
1.5 ข้อมูลทางเทคนิค
เมื่อใช้เว็บไซต์ แอป หรือระบบออนไลน์ของบริษัท บริษัทอาจเก็บข้อมูล เช่น
- IP Address
- Device information
- Browser
- วันและเวลาที่ใช้งาน
- Log การใช้งาน
- Cookies และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
2. บริษัทเก็บข้อมูลจากที่ใด
บริษัทอาจได้รับข้อมูลจาก
- เจ้าของข้อมูลโดยตรง
- ร้านค้าหรือ Dealer
- พนักงานขายของบริษัท
- เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัท
- LINE, Facebook, Instagram หรือช่องทาง Social Media
- Marketplace และแพลตฟอร์มการขายสินค้า
- ผู้ให้บริการขนส่ง
- ผู้ให้บริการรับชำระเงิน
- ธนาคาร
- ผู้ให้บริการตรวจสอบธุรกรรมหรือสลิปการโอนเงิน
- คู่ค้าหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
3. วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูล
บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
3.1 การดำเนินการซื้อขายสินค้า
เพื่อ
- รับและดำเนินการคำสั่งซื้อ
- ยืนยันตัวผู้ซื้อ
- ออกใบเสนอราคา
- ออกใบเสร็จรับเงิน
- ออกใบกำกับภาษี
- จัดเตรียมสินค้า
- จัดส่งสินค้า
- ให้บริการหลังการขาย
3.2 การตรวจสอบการชำระเงิน
บริษัทอาจตรวจสอบหลักฐานการชำระเงินเพื่อ
- ยืนยันว่าธุรกรรมเกิดขึ้นจริง
- ตรวจสอบจำนวนเงิน
- ตรวจสอบวันและเวลาการโอน
- ตรวจสอบบัญชีผู้รับ
- ตรวจสอบหมายเลขอ้างอิงธุรกรรม
- ตรวจสอบการใช้สลิปซ้ำ
- ป้องกันสลิปปลอมและการทุจริต
3.3 การบริหารความสัมพันธ์กับ Dealer และคู่ค้า
เพื่อ
- เปิดบัญชี Dealer
- กำหนดเงื่อนไขการค้า
- บริหารเครดิต
- ติดตามคำสั่งซื้อ
- ประสานงานการจัดส่ง
- จัดทำเอกสารบัญชีและภาษี
- ให้บริการและสนับสนุนด้านการขาย
3.4 การรักษาความปลอดภัยและป้องกันการทุจริต
บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลเพื่อป้องกัน
- การปลอมแปลงสลิป
- การใช้สลิปเดิมซ้ำ
- Fraud
- Unauthorized access
- ความผิดปกติในระบบ
- การละเมิดเงื่อนไขของบริษัท
3.5 การปฏิบัติตามกฎหมาย
เช่น
- กฎหมายบัญชี
- กฎหมายภาษีอากร
- กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
- กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- คำสั่งของหน่วยงานรัฐหรือศาล
3.6 การตลาดและการสื่อสาร
บริษัทอาจใช้ข้อมูลติดต่อเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า บริการ โปรโมชั่น หรือข่าวสารของบริษัทภายใต้ฐานกฎหมายที่เหมาะสม
ผู้รับสามารถยกเลิกการรับข่าวสารทางการตลาดได้ตามช่องทางที่บริษัทจัดไว้
4. การตรวจสอบสลิปผ่านผู้ให้บริการภายนอก
เพื่อเพิ่มความถูกต้องและความปลอดภัยในการรับชำระเงิน บริษัทอาจใช้ ผู้ให้บริการตรวจสอบธุรกรรมหรือหลักฐานการชำระเงินภายนอก (Slip Verification Service Provider) โดยผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานเหมาะสม
เมื่อมีการตรวจสอบ บริษัทอาจส่งข้อมูลที่จำเป็น เช่น
- QR Payload
- Transaction Reference
- จำนวนเงิน
- วันและเวลา
- ข้อมูลธนาคาร
- ข้อมูลบัญชีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม
ให้แก่ผู้ให้บริการดังกล่าวเพื่อยืนยันความถูกต้องของธุรกรรม
หลักการลดการใช้ข้อมูล
ในกรณีที่ระบบสามารถทำได้ บริษัทจะพยายามใช้แนวทาง Data Minimization โดยส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ
ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจอ่าน QR Code จากสลิปภายในระบบของบริษัทก่อน และส่งเฉพาะ QR Payload ไปยังผู้ให้บริการตรวจสอบ แทนการส่งไฟล์ภาพสลิปต้นฉบับ
อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการตรวจสอบอาจมีการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบธุรกรรมตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย สัญญา หรือข้อกำหนดทางกฎหมายของผู้ให้บริการนั้น
5. บริษัทเปิดเผยข้อมูลให้ใครบ้าง
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นแก่
- ธนาคาร
- ผู้ให้บริการรับชำระเงิน
- ผู้ให้บริการตรวจสอบสลิปหรือธุรกรรม
- ผู้ให้บริการ Cloud Computing
- ผู้ให้บริการระบบ IT
- ผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
- บริษัทขนส่ง
- ผู้ให้บริการบัญชี
- ผู้สอบบัญชี
- ที่ปรึกษากฎหมาย
- บริษัทประกันภัย
- Marketplace
- หน่วยงานราชการ
- ศาล
- หน่วยงานกำกับดูแล
บริษัทจะพิจารณาให้ผู้ให้บริการภายนอกเข้าถึงข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นสำหรับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
6. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ให้บริการบางรายอาจทำหน้าที่เป็น ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ในนามของบริษัท
ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะพิจารณาการทำข้อตกลงเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามความเหมาะสม
ผู้ให้บริการต้องประมวลผลข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด และต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
7. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล
บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด และตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ระยะเวลาการเก็บอาจแตกต่างกัน เช่น
- ข้อมูลคำสั่งซื้อ
- เอกสารการขาย
- ใบกำกับภาษี
- เอกสารบัญชี
- หลักฐานการชำระเงิน
- ข้อมูล Dealer
- สัญญา
- Log ของระบบ
อาจต้องเก็บตามอายุสัญญา อายุความ และข้อกำหนดด้านบัญชีหรือภาษี
เมื่อหมดความจำเป็น บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามความเหมาะสม
ข้อมูลที่อยู่กับผู้ให้บริการภายนอก
ผู้ให้บริการภายนอกอาจมีระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลตาม
- สัญญา
- Data Processing Agreement
- Privacy Policy
- มาตรการด้านความปลอดภัย
- กฎหมายที่ใช้บังคับกับผู้ให้บริการนั้น
เมื่อบริษัทเลิกใช้บริการ บริษัทจะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลตามสิทธิและเงื่อนไขที่บริษัทมีภายใต้สัญญากับผู้ให้บริการดังกล่าว
8. มาตรการรักษาความปลอดภัย
บริษัทใช้มาตรการด้านองค์กรและเทคนิคตามความเหมาะสมเพื่อป้องกัน
- การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
- การสูญหาย
- การแก้ไข
- การเปิดเผย
- การนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ
มาตรการอาจรวมถึง
- การควบคุมสิทธิการเข้าถึง
- Authentication
- การจำกัด API Key ไว้เฉพาะ Server
- Encryption
- HTTPS/TLS
- Logging และ Monitoring
- Backup
- การกำหนดสิทธิของพนักงาน
- การจำกัดการส่งข้อมูลให้บุคคลภายนอกเฉพาะเท่าที่จำเป็น
9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย เจ้าของข้อมูลอาจมีสิทธิ
- ขอเข้าถึงข้อมูล
- ขอรับสำเนาข้อมูล
- ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
- ขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล
- ขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
- คัดค้านการประมวลผล
- ถอนความยินยอม ในกรณีที่การประมวลผลอาศัยความยินยอม
- ขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
- ร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล
การใช้สิทธิบางประการอาจมีข้อจำกัด เช่น บริษัทจำเป็นต้องเก็บข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
10. การถอนความยินยอม
ในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลโดยอาศัยความยินยอม เจ้าของข้อมูลสามารถถอนความยินยอมได้
การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ได้ดำเนินการโดยชอบก่อนการถอนความยินยอม
ทั้งนี้ การประมวลผลบางประเภท เช่น การตรวจสอบการชำระเงิน การจัดส่งสินค้า การออกใบกำกับภาษี หรือการป้องกันการทุจริต อาจอาศัยฐานกฎหมายอื่นและไม่จำเป็นต้องอาศัยความยินยอม
11. Cookies และข้อมูลจากระบบออนไลน์
เว็บไซต์หรือระบบออนไลน์ของบริษัทอาจใช้ Cookies หรือเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อ
- ทำให้เว็บไซต์ทำงาน
- จดจำการตั้งค่า
- วิเคราะห์การใช้งาน
- รักษาความปลอดภัย
- ป้องกันการโจมตี
- ปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน
บริษัทอาจจัดทำ Cookie Policy แยกต่างหากหากมีการใช้งานที่จำเป็น
12. การแก้ไขประกาศ
บริษัทอาจแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับ
- การเปลี่ยนแปลงบริการ
- ระบบ IT
- ผู้ให้บริการภายนอก
- กระบวนการทางธุรกิจ
- กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
บริษัทจะแสดงวันที่แก้ไขล่าสุดไว้ในประกาศ
13. ช่องทางการติดต่อ
หากมีคำถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล หรือต้องการใช้สิทธิ สามารถติดต่อได้ที่
บริษัท มาลินท์ อินเตอร์เนชั่นแนลเทรดดิ้ง จำกัด ที่อยู่: 124/57 ซอยจอมทอง 16 ถนนจอมทอง แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150 อีเมลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล: ride@mcycling.bike โทรศัพท์: 028955226 เว็บไซต์: www.malintbicycle.com- วันที่มีผลบังคับใช้
- 4 กันยายน พ.ศ. 2569
- ปรับปรุงล่าสุด
- กันยายน พ.ศ. 2569